ชาวบิ๊กไบค์ควรจะรู้ไว้

Big Bike เป็นรถมอเตอร์ไซค์ประเภทหนึ่งที่มีผู้นิยมมาก เอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถประเภทนี้ก็คือ มีขนาดใหญ่มากกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป มักเรียกกันติดปากว่า สี่สูบ
ขนาดใหญ่ที่ว่านี้คือ เครื่องยนต์ เฟรม ล้อรถ ยางรถ และมีความจุของเครื่องยนต์ตั้งแต่ 250-2400 cc ขึ้นไป
ในแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละรุ่นเองก็จะมีรูปแบบของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่สูบเดี่ยวไปถึง 6 สูบ และรูปแบบของสูบเรียงและสูบ V และระบบส่งกำลังจะมีตั้งแต่ ใช้โซ่ เพลาขับ และสายพาน ทั้งหมดนี้คือเอกลักษณ์ของความเป็น Big Bike ที่เราพบกันอยู่ทั่วไป
แต่ก็ยังมีการแบ่งประเภทออกไปอีก เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

Naked Bike
เป็นรถแบบเปลือยแฟริ่งด้านหน้า มีแค่ส่วนด้านท้ายของตัวรถ จุดเด่นของ Naked Bike คือเป็นรถที่สามารถนำมาใช้ขับขี่ในเขตการจราจรหนาแน่น หรือมีปัญหารถติดได้ดีมาก อีกทั้งยังมีระบบระบายความร้อนที่ดีจากเครื่องยนต์ และเหนือกว่า Big Bike ประเภทอื่นด้วย
ในส่วนของรูปทรงและการออกแบบ มักจะทำให้ที่นั่งของคนขับมีท่วงท่าขับขี่ที่ไม่ต้องโน้มหรือก้มตัวไปข้างหน้าเพื่อจับ Hand มากนัก ก็จะเหมาะกับคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ด้วย อีกทั้งการออกแบบ Hand ที่ใช้จับก็จะอยู่ในตำแหน่งสูงและมีเบาะที่ต่ำกว่ารถ Sport Bike โดยทั่วไป
สำหรับผู้ที่ชอบรูปทรงทันสมัย หรือต้องการอวดเน้นสัดส่วนของรถและรูปร่างของคนขับเอง ก็อาจจะไม่ชอบรถสไตล์นี้เท่ากับแบบ Sport Bike

Sport Bike
สมดังชื่อ และมีกลุ่มเป้าหมายในการซื้อมาใช้งานที่ชัดเจนมาก คือเป็นรถ Big Bike ที่ยึดแนวทางการออกแบบเพื่อสำหรับการแข่งรถ หรือความรวดเร็วว่องไวเป็นหลัก พวกนักแข่งที่ชอบการแข่งรถโดยเฉพาะบนทางเรียบ จะเหมาะกับรถประเภทนี้ เพราะสมรรถนะโดยรวมของทั้งเครื่องยนต์และช่วงล่างนั้นอยู่เหนือกว่ารถ Big Bike ประเภทอื่น
นอกจากนี้ ยังเป็นการออกแบบเพื่อเปิดโอกาสให้คนขับได้แสดงศักยภาพและความสามารถในการควบคุมการทรงตัวของรถในขณะเข้าโค้งได้เต็มที่ เพราะที่นั่งจะทำให้คนขับมีท่วงท่าเป็นแบบกึ่งนั่งกึ่งหมอบนั่นเอง

Chopper
รถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะสุดๆอีกประเภท ถือว่าเป็น Big Bike ยอดนิยมของกลุ่มผู้รักการขับขี่บนท้องถนนที่ใส่ความเป็นศิลปินอินดี้เข้าไปด้วย จุดเด่นของรถประเภทนี้คือ เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเป็นจังหวะ การออกแบบจะให้เบาะนั่งต่ำกว่าตัวรถประเภทอื่น ส่วน Hand จะอยู่ในระดับไหล่หรืออาจจะสูงกว่านั้น แสดงถึงความเป็นนักขับขี่รุ่นใหญ่ที่เป็นเสมือนเจ้าถนนนั่นเอง

Touring Bike
ตรงตามชื่ออีกเช่นกัน คือเป็น Big Bike ประเภทที่ยึดหลักการออกแบบสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวที่มักต้องมีระยะทางไกล ใช้เวลาขับขี่นานเป็นพิเศษ เรียกง่ายๆว่าเหมาะสำหรับนักขับที่ชอบเที่ยวออกต่างจังหวัด หรือการผจญภัย ท้าทาย การออกแบบรูปร่างของรถจะมีส่วนที่คล้ายกับพวก Sport Bike แต่ตำแหน่ง Hand จะอยู่สูงกว่าพก Sport Bike เพราะเป็นรถที่คำนึงถึงเป้าหมายหลักคือ การเดินทางระยะไกล ซึ่งการนั่งแบบกึ่งหมอบนานๆก็อาจจะไม่เหมาะสมนัก
ที่นั่งรถจึงทำให้คนขับมีท่วงท่าคล้ายแบบ Naked Bike นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็น Shield ขนาดใหญ่ เพื่อใช้ป้องกันฝุ่น ลม ฝน ที่จะมาปะทะกับผู้ขับขี่ด้วย